ช่วงแรกๆที่เราทำงานกับร้านอาหาร Maxican
เรามีความสุขดีถึงแม้ว่าตอนแรกจะยังรู้สึกว่าตัวเองใหม่
แต่เราก็ไม่เคยโดน Alto (Head chef) ดุเลย
ใจเย็นที่จะสอน และ พยายามจะให้วิชากับคนที่มาทำงานใหม่
ส่วนคนที่เป็นผู้ช่วย Chef คือ Avent ทีแรกก็ออกจะกวนตีน
เราอยู่พอตัวแต่พอเริ่มทำงานไปด้วยกันก็เข้าใจกันมากขึ้น
คิดอยู่ว่าเราโชคดีไม่ต้องไปทำกับร้านอาหารไทยใจแคบ
เราไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนไทยด้วยกันถึงเป็นแบบนี้
แล้วจู่ๆ Avent ก็ลาออกให้เหตุผลกับที่ร้านว่าจะย้ายไป Perth
เราก็รู้ความจริงอยู่แก่ใจว่า Avent ไม่ได้จะไปไหน
แค่ต้องการจะเปลี่ยนงานใหม่ก็เท่านั้นเอง
เราเศร้านะเพราะว่าเรากับ Avent ทำงานกันเป็น Team
ส่วนกับคนอื่นทำงานช้าแล้วก็ยังพูดมากอีกต่างหาก
แล้วจู่ๆ เมื่อไม่นานมานี้ Alto ก็บอกว่าจะลาออก
…เรา งง นิดนึงว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่เราก็เข้าใจ…
Alto ทำงานที่นี่มา 4 ปีกว่าๆ อาจจะอยากหาประสบการณ์ใหม่
ณ เวลานี้เป็นต้นไปเราต้องทำงานร่วมกับ
Head chef คนใหม่ชื่อ Daniel อายุ 21 ปี
ช่วงนี้เรารู้สึกกดดันมากๆ
อาจจะเป็นเพราะทุกอย่างเป็น New environment
เราไม่ Mind ที่จะทำความสะอาด ล้างจานนะ
…เพราะนั่นแหละ คือ หน้าที่ที่เราต้องทำ…
แต่ Daniel เป็นคนที่สกปรกมากๆ ทำอะไรกองไว้ตรงนั้น
(เพราะคิดว่าเราต้องไปเก็บ)
รก … ไม่สะอาด นึกถึงถ้าลูกค้าเข้ามาเห็นในครัว
จะทานสิ่งที่มันทำลงมั้ย ใครๆก็รู้ว่าที่นี่เรื่องความสะอาด
เ ป็ น ที่ ห นึ่ ง อ ยู่ แ ล้ ว
แล้วก็ชอบแอบแว๊บไปสูบบุหรี่บ่อยมากๆ
หายไปครั้งละประมาณ 10 นาที
หิว ก็หยิบนั่นนี่ทานแบบที่ไมได้รับอนุญาติ
(ตามปรกติให้ทานได้หลังจากเลิกงานแล้ว)
คือ พยายามทำตัวเองว่าเป็น Head chef จริงๆ (หรอ)
จากที่เราเคยทำงานกับ Alto ไม่ใช่คนแบบนี้เลย
แกสะอาดมากๆ แล้วก็เป็นระเบียบ
ส่วน Daniel นี้ไม่สามารถที่จะเอาไปเปรียบกับ Alto ได้เลย
นิสัย Daniel นี่ตัวผู้จริงๆ เราบอกตรงๆ ว่าเรารับไม่ได้
เพราะตอนที่เราทำงานกับ Avent ถึงจะเป็นผู้ชาย
แต่ก็เนียบมากๆ (ไม่ใช่เกย์นะ แต่ Alto หน่ะใช่)
ส่วนเพื่อนร่วมงานอีกคนที่ชื่อ Donna ก็สุดแสนจะขี้เกียจ
ทำงานที่นี่มาสองปีกว่าแต่ก็เหมือนเพิ่งมาทำงานใหม่
พูดภาษาอังกฤษเข้าใจ…แต่ฟังไม่เข้าใจ
…สิ่งไหนพูดเล่น สิ่งไหนพูดจริง…
มีปัญหาอย่างแรงทางเรื่องภาษาถามอะไรง่ายๆ
…ยังไม่เข้าใจเลย…
ทำงานร่วมกับสองคนนี้ เราเหนื่อยใจ
เพราะต้องตามเช็ดตามล้างให้พวกมัน เฮ้อ!!!
ช่วยกันหน่อยก็ไม่ได้เห็นแก่ตัวกันซะจริง
ทำงานเอาหน้ากันอย่างเดียวแบบนี้จะร่วมงานกันได้นานมั้ย
ทีแรกว่าจะลาออกแล้ว…Roaster ใหม่
เจ้าของดันเพิ่ม Shift ให้อีกหนึ่งวัน
สาเหตุที่เราจะออกก็ คือ มันไกลบ้านนะ เราใช้เวลา 2 ชั่วโมง
ในการเดินทางไป และ 2 ชั่วโมงในการเดินทางกลับ
เราเห็นใจบันนี่ถ้าวันไหนเราไม่มีรถไฟกลับ
บันนี่จะต้องขับรถไปรับเรา…ซึ่งมันก็ยังไกลอยู่ดี
แต่ลึกๆ แล้วเราก็ชอบที่นี่…เราเข้ากับทุกคนได้
ถ้าเรามองข้ามเรื่องที่ใครมาทำงานแบบเอาเปรียบเราไป
เราชอบเพื่อนร่วมงาน ^^ อีกอย่างคือเราได้ฝึกภาษา
เพราะตอนนี้เราแทบจะลืมภาษาอังกฤษไปหมดแล้ว
เราพูดภาษาไทยกับบันนี่ทุกวันเลย
ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ
ทำงานกับฝรั่งไม่มีวันโทรมาเชิญให้คุณออก
ทำงานกับฝรั่งเค้าให้โอกาสคน
ไม่เหมือนทำงานกับร้านไทยใจแคบ และ เห็นแก่ตัว
เราพูดจริงๆนะ เฮ้อ…!! ขอถอนหายใจยาวๆ
• เราคงต้องอดทนมากกว่านี้นะ
• ชีวิตมันต้องลำบากซะบ้างจะได้รู้รสชาด
• บุญเก่าที่เคยอยู่แบบสบายๆมันหมดไปแล้ว
• ขอบคุณป้าน้อย และ บันนี่ที่คอยให้กำลังใจ
• วันนี้ยังไม่ใช่ของเรา วันข้างหน้ามันต้องใช่นะ
• บันนี่จะพา Chester ไปหาหมอที่ RSPCA เหมือนเดิม
แล้วจะได้รู้กันซะทีว่า ลูกชายเป็นอะไรทำไมขนร่วง

9 comments:
เห้อเศร้านะ
การที่เราอยู่กะผู้ร่วมงานคนไหน
ไม่รู้สิ บางทีมันก็อาจจะเรียกว่า ผูกพันก็ได้
ที่สำคัญ ถ้าผู้ร่วมงานคนเดิม ดีอยู่แล้ว
มันก็ยิ่งเศร้า กับการเปลี่ยนแปลงถ้าเค้าจะจากไป
เป็นบ่อยหว่ะ
เพราะลูกน้องออกบ่อย
นี่ก็จะออกอีกคน เซ็งและเศร้าอลังการ
ปล. สงสัยลูกชายเป็นเชื้อรา
เหมือนอีน้ำชาของชั้น
ขนร่วงเหมือนกัน คิคิ
อืม ... เศร้าอย่างบอกไม่ถูก
และอีดอัดใจในแวดล้อมใหม่สุดๆ
อ่านแล้ว ถอนหายใจแทน
เกลียดเหมือนกัน พวกใช้ปากทำงาน
และพวกทำงานเอาหน้า
(พวกนี้เจริญเอาๆด้วยนะ)
เอาเป็นว่า อดทนก่อน ทำจนถึงจุดที่เราไม่ไหว ก็ย้ายร้าน
จะได้ไม่มาเสียใจ เสียดายทีหลังนะ
สู้ๆครับผม ^^
ถือซะว่านี่เป็นบททดสอบใจเราค่ะ
ถ้าเราผ่านมันไปได้
เราก็จะมีประสบการณ์ชีวิตเพิ่มขึ้นอีกก้าว
ทุกอย่าง รอบ ๆ ตัว สอนให้เราเรียนรู้ชีวิตเสมอ ๆ
สู้ ๆ นะคะ
อย่างน้อยถ้าหากเจอเพื่อนร่วมงานแย่ๆ ก็ไม่ดีเท่าไรเพราะต้องคอยมาตามเก็บให้ทีหลัง และที่แน่ๆ เค้าเข้าใจยาก อืม....
มันจะผ่านไปได้ด้วยดีอะชุนลี อย่างน้อยถ้าชุนลีสบายใจก็ทำได้อย่างไม่มีปัญหา มันต้องอดทน เหมือนที่ชุนลีบอกนั่นแหละเราอยู่ต่างบ้านเวลาทำอะไรก็ดูจะลำบากไปหมด
วันนี้ยังไม่ใช่วันของชุนลี แต่วันข้างหน้าจะใช่มันต้องผ่านอะไรกันบ้าง
เหมือนเราอะ สบายในเรื่องทำงานมาตั้งนานสุดท้ายเราก็ตกงานเหมือนคนไม่มีทางไป เพราะว่าถูกแกล้งจากคนที่เอาเปรียบคนแบบนี้แหละ แล้ววันนึงก็ได้ลุกขึ้นใหม่ พร้อมกับท้อใจเล็กๆ ว่าทำไมชีวิตกูเป็นแบบนี้หว่ะ มันเหนื่อยน่ะที่ต้องนั่งเก็บเงินเดือนใหม่ มันต้องเริ่มนับ 1 และ 2 ไปเรื่อยๆ เหนื่อยใจขึ้นมาก็ไม่อดทนอยากจะลาออก "แต่มันทำไม่ได้เพราะมีคนที่คอบดูถูกอยู่ข้างหลังอีกมาก" เราจึงต้องทำให้ได้
สู้ๆ นะเพื่อน กอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ชีวิตการทำงาน T__T
ไม่อยากจะคิดเรื่องของตัวเอง
เปลี่ยนตีมแล้วนี่คับ ><?
ปล ของแพทเมนตืได้แล้ว เมื่อวานมันเมนต์ไม่ได้จิงๆด้วยละ
ขอบคุณนะคะสำหรับทุกกำลังใจ :))
im always be there for U.
นึกซะว่า เป็นการฝึกตัวเอง ความอดทน การทำงานร่วมกับคนแย่ๆ
กลับมาเมืองไทย ชุนลีจะได้เก่งพร้อมเจอทุกสถานการณ์ไงจ๊ะ
คิก คิก
Post a Comment
Thank you for your comments